ตะลุยกินที่บ้านเกิด - ตลาดยามเย็นลานองค์พระปฐมเจดีย์

เรานี้แสนภูมิใจเกิดในถิ่นของกินอร่อย แถมมี landmark ใหญ่โตไม่ซ้ำจังหวัดใด แดนเรานี้ ส้มโอก็หวาน ข้าวสารก็ขาว แต่ไหงลูกสาวหน้าตาไม่ได้เรื่องล่ะหนอ : )
นานๆ กลับมาเยือนที ...มีหรือจะพลาดย่านของกินละลานตา เช่น ตลาดย่ำค่ำหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ เคยมุ่งกินอิ่มหนำมาตั้งแต่ผูกคอซองจนลูกสามแล้วนี่ยังมิมีเบื่อ

โอ้...ไอ้จ้อย ของกินร่วม 200 ร้าน จะเยื้องย่างสามขุมลุยซอยไหนก่อนดี
ลานกว้างๆ หน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ทุกเย็นย่ำ รถเข็นแม่ค้าพ่อค้าประมาณ 5 ซอยลึกๆ มาเข้าแถวเรียงซ้อนรอผู้คนให้เลือกเดินกินกันไป สุขอุรา... ตลาดนี้จะเริ่มตั้งแต่ราวสี่โมงเย็นไปถึงดึกๆ บางร้านก็ตีหนึ่ง ตีสอง แล้วแต่ช่วงฤดู
กินมาตั้งแต่เลิกเรียนยามเย็น – ยกแก๊งค์กันไป เวียนกินๆ หยุดๆ หายหัวไปบ้างนานๆหลายปีไปกินที ก็ไม่รูชาตินี้จะกินหมดครบทุกร้านไหม? หอยทอด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง (ขึ้นชื่อ) โจ๊ก ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวซีฟู้ด เย็นเตาโฟ ... ไม่รู้ต่อกี่เจ้ากี่เชลล์ชวนมาชิมจนเมื่อย

เดินผ่านตู้เป็ดย่าง เกือบเซเข้าใส่ ดีว่าถูกกระตุกเชือกห้าม เพราะเป้าหมายวันนี้ต้องเดินต่อไป คนข้างรีบเดินจูงรี่ไว เดี๋ยวเผลอเราจะวิ่งเข้าใส่เป็ด - จนตู้กระจกแตก : )

ผ่านตู้ขนมหวาน – ขนมถาดๆแบบนี้ เคยนอนฝันน้ำลายยืดเปียกหมอนบ่อยๆ ฝันว่า...มีคนรถเข็นถีบลอยฟ้าผ่านมาแถวแดนกังหัน โบกๆ มันไม่จอด มันเหาะเลยไปเกาะอังกฤษ (ฮ่วย) แงๆ ... ตะโกนร้องเรียก หยุดๆ หยุดก่อนนนนน พลันตกใจตื่น...ไม่มีรถเข็นขนมหวานในความเป็นจริง เศร้า ... ลุยขึ้นมากวนแป้ง ทำเปียกปูนกินเองก็ได้...ฟะ
จากนั้นพอมันมาเข้าฝันอีก จะรีบร้องบอกรถเข็นว่า อยากมาหลอกหลอนฉันอีกเลย...ไปที่ชอบๆ จะบินไปเกาะอังกฤษก็ไป โปรดใช้เส้นทางอื่น ผ่านกรุงปารีส อ้อมโคเปนเฮเก็น ...นู่นไป เดี๋ยวจะกลับไปเดินชมตลาดที่มีรถเข็นขนมหวาน ให้เลียและลิ้มได้จริงๆ (แล้วโว้ย)
โอ้ เปียกปูน โอ้ ข้าวตู โอ้ บ้าบิ่น โอ้ ฟักทองหม้อแกง

แล้วพลันมีคนเข็นรถบรรทุกผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์ผ่านมา เรารีบรี่เข้าบอก "คุณลุงคะ รู้ไหม...เจมี่ โอลิเวอร์เขาขโมยลิขสิทธิ์และไอเดียลุงไป ดูเขาทำ เขาเอาเขียงไม้และครกหินไปประทับตราเป็นสินค้าชื่อตัวเองแล้วขายโคตรแพง เขียงไม้มะขามหั่นหมู พ่อขายอันละ 35 ยูโร...ลุงซื้อตั๋วตามไปฟ้องลิขสิทธิ์เขาโดยไว"
ลุงแกงงๆ คงนึกว่า เราบ้า อ้าว บอกเรื่องจริง ก็ไม่เชื่อกันอีกแน่ะ : )

ถึงร้านเป้าหมายแล้ว กลับมาทีไร กินทู้กกกกทีร้านนี้

แม่และพ่อพุ่งมากินเจ้านี่โดยเฉพาะ ดูสิคะ จับเอาไปย่างกันสดๆ ทั้งกะละมัง ไม่สงสารมันมั่งเลย ... หนูล่ะสงสารเจงๆ สงสารและกลัวกินกันไม่หมด สั่งมาเยอะแยะ เลยต้องช่วยแทะไป 3-4 หัวกุ้งแน่ะ
แล้วมันก็เริ่มมืด เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปต่อ ตลาดโต้รุ่งองค์พระฯ นี้ ร้านค้าเขาตั้งติดๆ กัน แต่หลายร้านก็ไม่ถูกกัน ปกติเรานั่งแหมะแล้ว จะสั่งอาหารมากินได้รอบทิศรอบทาง แต่ก็ต้องถามเจ้าของที่ที่เรานั่งก่อนว่า สั่งเยนเตาโฟร้านนั้นมาได้ไหม? น้ำมะนาวร้านข้างๆนี้ได้เปล่า บางทีเขาไม่ส่งกัน เจ้าของที่ก็รับอาสาไปสั่งร้านอื่นมาให้ เพราะมันมีร้านขายซ้ำๆกันเยอะแยะเต็มไปหมด หรือบางทีเขาก็ให้เราลุกไปเอาเอง กินเสร็จแล้ว เอาจานไปวางตรงร้านเขา อะไรแบบนี้
เวลาใครแวะไปกินก็ดูทิศทางอารมณ์ร้านเพื่อนบ้าน เดี๋ยวเขาเขม่นกัน จะโดนลูกหลงไม่รู้ตัว (ไม่มีหรอกค่ะ)
อิ่มแล้วอย่างไว กินกุ้งเผาไป 1 กิโล ปลาลำลีเผา 1 ตัว เยนเตาโฟชามนึง หอดทอยจานนึง เด็กๆ กินข้าวเปล่าคนละถ้วย แล้วออกเดินต่อไป

คนนี้มาเจอเบอเกอรี่บ้าน ...ร้องเรียกให้ซื้อ โห...ถูกเหลือเชื่อ ขนมปังชึ้นละ 5 บาท เค้กชิ้นละ 12 บาท ...อร่อยนิ่มด้วยนะ เด็กๆ เลือกไส้ถั่วแดงมากัน นี่ถ้าไปซื้อแถวเอ็มโพเรี่ยมชิ้นเดียวก็ 35 บาทอัพไปแระ กินขนมปังบ้านๆ แบบนี้ดีกว่าเนอะ...ลูกเนอะ (นอกนั้นก็ต้องรอแม่เอ็งทำให้กินเอง...รับรองถูกสุดๆ)

มาเยือนถิ่นนครปฐม อย่าลืมกินข้าวหลามเจ้าค่ะ กระบอกต้องเป้งๆ แบบนี้ แม่ค้าเขาจะเหลาตอกโชะๆ ฉีกเฉาะผ่ากระบอกให้แงะกินกันร้อนๆ...บางที
ข้าวหลาม...เป็นหนึ่งในอาหารพื้นบ้านที่ “เรา” คิดถึงมาก จะทำกินเองแถวนี้แบบต้นตำรับ - ก็ลำบาก ต้นไผ่หลังบ้านพอปลูกขึ้น แต่ปล้องมันเท่านิ้วก้อย แค่จะเอามายัดเนื้อให้ใครเขาสูบ ยังไม่สามารถเล้ย : )

ร้านนี้ก็ดังนัก “ไอติมลอยฟ้า”

หน้าตาคนขายไอติมยัง “หล่อ” เหมือนเดิม ไม่แก่ลงเล้ย สงสัยเพราะแกตัดผมทรงนักเรียนหัวเกรียนมาตลอด มือคนที่รับถ้วยไอติม คือ มือผู้ชายคนข้างๆ เราเองน่ะ เพราะโดนเรียกให้ช่วยเป็นตัว “เรียกแขก” ไปยืนตั้งหลักแบกรับลูกไอติมที่คนขายเขาเหวี่ยงมาโชว์ให้ใครๆที่เดินไปเดินมาชม...ดีทมี่ไม่เสียหน้า รับลูกไอติมลงถ้วยไว้ได้
คนขายเขาคุ้นกล้อง เพราะออกทีวีบ่อย นั่งดูรูปแล้วยังยิ้มขำ แปลกดีไม่ค่อยได้กินไอติมแกเท่าไหร่เลยแฮะ
**จบภาค...ตะลุยกินที่บ้านเกิด ภาค 1 (0tมี 3 ภาค-จบ เหมือนละครเรื่อง "หัวใจสามภาค" ที่นพพล โกมารชุน – สุดหล่อสมัยเรายังสาวๆ เล่นน่ะ...ใครเกิดทันบ้าง)